วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พญาเต่าเรือน เนื้อหินสบู่เลือด ยุคต้น จารมือ หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย

หินสบู่เลือดเป็นหินที่หลวงพ่อสนิททำออกมาน้อยมาก เพราะมีจำนวนน้อย ส่วนมากจะเป็นหินสีขาว ซึ่งหลวงพ่อท่านสลักด้วยมือของท่านเอง เป็นยุคที่ท่านประยุกต์ โดยนำเครื่องมือที่ทันสมัยมาประกอบด้วย โดยดูได้จากรอยจารเป็นการจารด้วยเครื่องจารตัวอักษร หรือที่ช่างเรียกกันว่า เครื่องเดินตัวอักษร หลวงพ่อสนิท ท่านมีบารมีสูงมาก ปลุกเสกวัตถุมงคลได้ศักดิ์สิทธิ์มากด้วยพลังจิตอันเข้มแข็งที่อัญเชิญพระพุทธบารมีลงมาประดิษฐานในพญาเต่าเรือน ทำให้เกิดอัศจรรย์แก่ศรัทธาญาติโยมที่นำไปบูชาเป็นอันมาก เช่นการทำมาค้าขายมีสภาพคล่อง มีลูกค้าและยอดขายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังเต่าหลวงพ่อกำกับด้วยยันต์ "นะ ชา ลี ติ" ซึ่งเป็น คาถาหัวใจพระสีวลี เพื่อหวังผลในด้านโชคลาภ และเมตตามหาเสน่ห์ นอกเหนือไปจากคุ้มครองป้องกันภัย ให้กับผู้ที่นำติดตัวไปใช้ด้วย นามเดิมของท่านคือ สนิท นามสกุล มีพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2468 ณ บ้านบางกุ้ง ต.บางกุ้ง อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ท่านอุปสมบทเมื่ออายุ 23 ปี ได้รับฉายาว่า “ยะสินธโร” หลวงปู่สนิทเป็นพระอริยสงฆ์ที่รักสันโดษปกติก่อนสังขารจะร่วงโรยท่านจะออกธุดงค์เป็นประจำทุกปี ท่านไม่สะสมสิ่งของ วัตถุ หรือทรัพย์สินต่างๆ มีเมตตาสูง ไม่เคยแยกแยะว่าผู้มาหาจะยากดีมีจนอย่างไร ท่านปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกันหมด ท่านมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์หลายแขนง ในอดีตท่านรักษาผู้ป่วยที่มาพึ่งบารมีทั้งที่ป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บและที่ป่วยจากการโดนคุณไสยต่างๆ ท่านที่เคยไปกราบหรือพึ่งบารมีหลวงปู่จะสามารถสัมผัสจิตอัศจรรย์ของหลวงปู่ได้ด้วยตนเอง ดังเช่นการรู้ล่วงหน้าว่า จะมีใครมาหา มากี่คน มาหาด้วยเรื่องอะไร เป็นต้น นอกจากนี้หลวงปู่ยังรักษาสัจจะวาจาเท่าชีวิตดังนั้นคำพูดทุกคำที่ออกจากปากท่านจึงเป็นจริงดังวาจาสิทธิ์ของพระร่วง ท่านพูดอะไรให้ฟังแล้วสิ่งนั้นจะปรากฏเป็นจริงเสมอ หลวงปู่สนิท มรณภาพเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2542 สิริอายุรวม 74 ปี 51 พรรษา สรีระศพของท่านแต่เดิมเก็บรักษาในโลงแก้ว เนื่องเพราะสรีระของท่านไม่เน่าเปื่อย และเส้นเกศาที่เคยปลงเก็บไว้ก็แปรสภาพเป็นพระธาตุอย่างน่าอัศจรรย์ ที่น่าเสียดายคือในปัจจุบันสรีระของหลวงปู่ได้มีการพระราชทานเพลิงศพไปแล้ว
TOA2    get_auc1_img
พญาเต่าเรือน เนื้อหินสบู่เลือด ยุคต้น จารมือ หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น